pae's profilep @ ePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
May 15 เปิดเทอมแล้ววันนี้ไปเดินมาบุญครองมา... ไม่น่าแปลกใช่มะ กูก็เดินของกูอยู่ทุกวัน
แต่ที่ผิดสังเกตคือประชากรวัยต่ำกว่ากฏหมายกำหนดให้ซื้อบุหรี่และสุรา หายไปเป็นจำนวนมาก
มันหายไปจนทำให้นึกว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติรุนแรงเกิดขึ้นกับเอ็มบีเคอีกแล้วหรือนี่
เสียหวอก็ไม่ดัง คนก็ไม่แตกตื่น ... แล้วมันเกิดอะไรขึ้น
นึกขึ้นได้ กลางเดือนพฤษภาคมแล้วนี่นา... มันคือวันเปิดเทอมนั่นเอง
เด็กชายวัยหัวเกรียน และเด็กหญิงวัยหลั่งประจำเดือนต้องพากันเข้ารับการศึกษาอย่างพร้อมเพรียงกัน
จึงเป็นเหตุให้ช่วงนี้ รถจะติดมากขึ้น สยามยามเช้าของวันทำงานคนจะน้อยลง และเกรียนในเว็บพันทิปก็จะลดลง
กูไม่ต้องเป็น doctor love ก็ฟันธงได้
เห็นเด็กๆแต่งตัวกันไปเรียนหนังสือแล้วก็นึกถึงอดีตอันแสนสดใส
กว่า 14 ปีที่ใช้ชีวิตอยู่ในวังวนของระบบที่เรียกว่าการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่รวมกับอดีตอันหวานอมในรั้วจามจุรีอีก 4 ปี
มันกลายเป็นฟุตเทจที่คนธรรมดาสามัญอย่างกู จะเอามารีเพลย์ด้วยเครื่องวิดีโอเก่าๆที่เรียกว่าสมองให้ย้อนกลับมานึกถึงได้
แม้บางฟุตจะเก่ายับเยินเครื่องเล่นเทปจะอ่านแล้วขาดๆหายไปบ้าง แต่มันก็สร้างความบันเทิงได้เป็นอย่างดี
คราวนี้หยิบเอาเทปครั้งแรกของการไปโรงเรียนขึ้นมากรอดู กูยังจำได้ดี
.............................................................
เด็กน้อยหน้าตาน่ารัก รู้สึกงัวเงียและอารมณ์เสียเป็นอย่างมากที่ถูกปลุกขึ้นมาในเช้าตรู่ของวันหนึ่งกลางเดือนพฤษภา
ในมือของเขาถูกห่อหุ้มด้วยมือที่หนานุ่มและใหญ่กว่าของผู้ที่เรียกว่าแม่
แสงแดดอุ่นๆยามเช้า กับทางถนนที่จอแจไปด้วยหลายชีวิตและพาหนะดูวุ่นวาย
ปลายทางคือตึกแถวสามชั้น สองห้อง ที่ถูกดัดแปลงให้เป็นโรงเรียนอนุบาล
เมื่อเขาเดินเข้าไปในห้องก็พบว่ามีสิ่งมีชีวิตที่คล้ายๆกับตัวเอง มากมายไปหมด
เสียงจอแจเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงร้องไห้ เมื่อถึงเวลาที่ผู้มาส่งจะต้องบอกลา
เด็กน้อยเริ่มเฝ้ามองปฏิกิริยารอบข้าง ผู้คนรอบกายเริ่มวุ่นวายมากขึ้น สถานการณ์เหมือนเกิดจลาจลอย่างย่อมๆ
เด็กน้อยทำแข็งใจ เพราะรู้ดีกว่ากระดูกคนละชั้น เรื่องแค่นี้หรือจะมีเสียน้ำตากันง่ายๆ
ผู้ปกครองเริ่มทยอยจากกันทีละคนสองคน เสียงร้องไห้เริ่มเบาลง แต่มารดาของเด็กน้อยยังคงอยู่
หมดเวลาชั่วโมงแรก เสียงร้องไห้สิ้นสุดลง ผู้ปกครองส่วนน้อยยังคงอยู่ดูลูกของตัวเอง
เด็กน้อยหันมองกลับไป อนิจจา แม่ของเด็กน้อยเธอชิ่งไปไกลเสียแล้ว
แล้วเสียงร้องไห้ที่ดังกังวาลกว่าใครก็แผดร้องขึ้นมาและไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ
แสบจริงๆ... เด็กน้อยคิดในใจ
.....................................................................
จนมาถึงวันสุดท้าย ของการได้ใส่กางเกงขาสั้น สีกากี
ยามเช้าของปลายฤดูหนาว สู่ฤดูร้อน อากาศกำลังอบอุ่น
กลิ่นดอกราชพฤกษ์ฟุ้งไปทั่ว ถนนกรุงเกษม
เด็กน้อยจากวันนั้น เติมใหญ่มาเป็นหนุ่มน้อยที่หน้าตาน่ารัก
งัวเงียจากการตื่นเพื่อมาสอบครั้งสุดท้ายของชีวิตมัธยมปลาย
หนุ่มน้อยไม่ได้ตระหนักถึงวันสุดท้ายของสภาพนักเรียนแต่อย่างใด
เขายังคงวุ่นอยู่กับการจดโพยและเตี๊ยมกับเพื่อนในการทุจริตวิชาที่เขาเกลียดเข้าไส้
หลังจากผ่านการสอบอย่างหนักหน่วง ก็มาถึงพิธีอำลาการศึกษา
ที่จัดขึ้นอย่างขอไปทีโดยคณาจารย์แห่งสถาบันที่เขารักและเทิดทูน
พิธีเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ผสมผสานกับเสียงเซ็งแซ่ของบรรดาลูกนกที่เพิ่งหนีรัง
พิธีการบนเวทีเต็มไปด้วยความทุลักทุเล บทเพลงที่รุ่นน้องเตรียมไว้ให้รุ่นพี่ถูกเสียงโหวกเหวกกลบจนสิ้น
อาจารย์หลายท่านขอร้องไม่ให้บรรดาลูกศิษย์ใช้ปากกาขีดเขียนเครื่องแบบของสถาบัน
ศิษย์หลายคนฝืนคำห้ามของเหล่าครูบาอาจารย์ ด้วยจะนำชุดนักเรียนที่เปื้อนไปด้วยรอยปากกา
นำไปเป็นวัตถุล้ำค่าทางความทรงจำ
หนุ่มน้อยตระหนักถึงความหวังดีของเหล่าอาจารย์
เขารักษาเครื่องแบบของเขาไว้ และยินดีที่จะให้เพื่อนขีดเขียนลงบนกระดาษที่เรียกว่าเฟรนด์ชิป
เพราะเขารู้ดีกว่าชุดแห่งความภาคภูมิใจ ไม่ควรเปรอะเปื้อนด้วยร่องรอยใดๆ
คืนนั้นขณะที่หลายคนฉลองสู่ความสำเร็จด้วยการท่องเที่ยวในสถานบันเทิง
หนุ่มน้อยตรงกลับบ้าน บรรจงถอดชุดนักเรียนที่สวมใส่เป็นครั้งสุดท้าย
เขามองมัน และตั้งปณิธานว่าจะเก็บรักษามันเอาไว้ให้ยาวนาน
อนิจจา แม่ของหนุ่มน้อยนำมันไปถูบ้านในอีกสองสัปดาห์
แสบจริงๆ....หนุ่มน้อยคิดในใจ
Comments (7)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://paep.spaces.live.com/blog/cns!408922F564BBFA7F!1176.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|