pae's profilep @ ePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
September 27 จากลับบ้าน...ตอนต้นปีที่ผ่านมา เกิดอยากจะทำเซอร์ไพรซ์ทุกคนและไอ่เคกลางงานบวชและบวกกับการเริ่มเบื่อๆในอากาศหนาวอันยาวนานโดยที่ยังไม่มีหิมะตกซะที กูเลยตัดสินใจที่จะกลับบ้านก่อนโดยที่ไม่ให้ใครรู้จากเดิมกำหนดไว้ว่าจะกลับไทยประมาณมีนา เรียกว่าอยู่กันให้ครบ6เดือน แต่ก็กลับก่อนทั้งๆที่จองตั๋วขากลับยากมากกกกกกกกก เอเจนซี่ที่ไทยก็เหี้ยๆไม่จัดการอะไรให้เลย ทำให้กูต้องโทรไปฟัดกับเคาท์เตอร์คูเวตแอร์ที่นิวยอร์คแทน จริงอย่างที่ไอ่ตอยเคยว่าไว้อยากเก่งภาษาอังกฤษต้องด่ากับฝรั่ง ได้ผล กูด่าไฟแล่บจนมันสามารถจองตั๋วกลับให้ได้แต่กว่าจะรู้ว่าได้ก็คือวันที่ 11 มกรา ซึ่งไฟล์ทกลับมันวันที่ 12 มกรา คืนนั้นทั้งคืนนั่งแพ็คกระเป๋าอย่างทุกลักทุเลมากทำให้รู้ว่าสิ่งที่ยากมากที่สุดในชีวิตของกูนอกจากการเล่นกีตาร์แล้วยังมีการจัดกระเป๋าอีก กูใช้เวลา5ชั่วโมงในการยัดข้าวของทั้งหมดลงกระเป๋าใบเขื่อง2ใบ นอกจากนี้ยังมีกระเป๋าโนตบุคและกระเป๋าเป้อีก 1 ใบ
การจัดกระเป๋าอย่างทุลักทุเลนั้นทำให้กูพลาดมากๆในการหาสิ่งของที่สำคัญที่สุดนั่นคือ "ตั๋วเครื่องบิน" ตอนที่ซื้อจากเอเจนซี่ที่ไทยเค้าก็ออกให้มาเป็นกระดาษเล่มๆ แบบโบราณ ซึ่งสมัยนี้เค้าใช้กันเป็นe-ticket หมดแล้ว แล้วยิ่งกลับมาจากไปเที่ยวแอลเอ และซานฟรานมาซึ่งมันไม่ต้องใช้ตั๋วกระดาษเลย แค่ยื่นบัตรเครดิตที่จ่ายตังไปในเครื่องมันก็ออกboarding pass มาให้ ทำให้กูชะล่าใจมากๆว่าตั๋วเครื่องบินเป็นเล่มๆมันไม่สำคัญหรอก ถึงยังไงไปที่เคาท์เตอร์บอกชื่อไปเค้าก็น่าจะเสริชชื่อเราได้ อเมริกานะเว้ย ประเทศโคตรพ่อโคตรแม่สัญญาณไวร์เลสลอยมาทุกที่กระทั่งห้องส้วม กูคิดอย่างงั้นเลยไม่ได้คิดสนใจหาตั๋วที่เก็บไว้ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง วันรุ่งขึ้นที่จะกลับบ้าน ไฟล์ตอน 3 ทุ่ม แต่ให้คนมารับตั้งแต่บ่าย 2 เพราะจากคอนเนคติกัทไปนิวยอร์คนั้นร่วม 3 ชั่วโมง ทั้งที่รัฐติดกันแต่เดินทางเหมือนจากกรุงเทพไประยอง วันนั้นกะว่าตอนเช้าจะไม่ทำงานแล้วเพราะคิดว่ากลางวันวันพฤหัสคนมากินไม่น่าจะเยอะ แต่ผิดคาด คนมาแดกเหมือนแม่งมาฉลองที่รู้ว่ากูจะกลับประเทศ ห่า ลูกค้าถล่มทลายมาก จากที่ไม่คิดจะช่วยเพราะขี้เกียจตัวเหม็นครัวก่อนกลับก็ต้องช่วย กว่าคนจะซาก็ร่วมไปเกือบบ่าย2 แล้วชิบหายที่คนมารับก็เสือกมาก่อนเวลาอีก กูต้องรีบกลับคอนโดไปอาบน้ำวุ่นวายมากๆ ทำให้กว่าจะมาถึงที่ร้านอีกทีก็ล่อไปบ่ายสองครึ่ง คนขับรถที่เป็นคนลาวด่าภาษาไทยชัดแจ๋วไม่ต้องทรานสเลทกันทีเดียว แต่คิดถูกอย่างมากที่ไปอาบน้ำก่อนไม่อย่างงั้นอีก 25ชั่วโมงบนเครื่องบินกูจะต้องถูกทุกคนบนเครื่องประชาทัณน์อย่างแน่นอน เพราะกลิ่นตอนเสิร์ฟเป็นอะไรที่เหมือนแดกหมูกระทะแล้วไปเมาต่อที่สามย่านมากๆ กว่ารถจะออกจากคอนเนคติกัทก็ล่อไป เกือบ5โมง เพราะพี่คนลาวล่อไปรับคนขึ้นเครื่องต่ออีก 5คน จากนั้นจึงบึ่งรถอย่างสุดชีวิตเพื่อไม่ให้ทุกคนตกเครื่อง ในที่สุดก็ถึงเจเอฟเคตอน ทุ่ม45 จ่ายค่ารถตู้ไป 80เหรียญ+ทิปอีก20เหรียญ ใจป้ำจนหยดสุดท้าย ฮือ... ค่าแรงเมื่อวานกู ตอนที่ไปถึงสนามบินก็ไม่คิดอะไร เดินไปตามคิวอย่างเรื่อยๆ จนกระทั่งได้คิวเดินเข้าไปกราวนด์แอร์เป็นหญิงผิวสีสองคน แต่ก่อนเธอจะเอ่ยอะไรกูก็ชิงถามซะก่อน Excuse me,I lost my Ticket but I've already taken a seat from your call center. Can you do anything for me? หญิงสองคนนั้นได้ยินก็ทำหน้าตกใจเหมือนกูไปข่มขืนอาม่ามันมา Oh gosh! It's very serius, we're so sorry we can't do anythig for you. You must have that ticket It's very IMPORTANT!!! กูก็ยังยื้อต่อ why don't you just search my name I've got passport you can check it. It must be my name on your flight's list ตอนนั้นใจเริ่มตุ้มๆต่อมๆแล้ว ชิบหายละ ตั๋วกูลืมไว้ที่คอนโด... ที่คอนเนคติกัท... แล้วเธอก็แนะนำว่ายังไงก็ตามเธอไม่สามารถตัดสินใจได้ ให้ไปถามเจ้านายเธอดูละกันว่าได้มั้ย แล้วก็ชี้ไปที่ไอ้หน้าเหี้ยมคนนั้น... ชายสูงใหญ่ หน้าบอกบุญไม่รับ และไม่รับทำบุญที่ไหนยืนจังก้าอย่างน่ากลัว กูเข้าไปบอกเค้าประโยคเดียวกะที่บอกอีชิมแปนซีคู่ตะกี้มา ยังไม่ทันจะจบประโยคอย่างสวยงามมันก็ชิงพูด NO TICKET NO GO HOME กูสะดุ้งเฮือก กำลังจะอธิบายว่าเฮ้ย บ้านเมืองมึงไฮเทคสัดหมาไม่ใช่เหรอวะ มึงช่วยกระดิกนิ้วแล้วเสริชชื่อกูได้มั้ยเนี่ย (จริงๆกูพูดได้แค่ว่า ช่วย...) มันก็ย้ำประโยคเดิม NO TICKET NO GO HOME พอกำลังจะอ้อนวอนมันครั้งที่ 3 มันก็บอกว่า Unless you can pay for your new one. พอกูถามฮาว มัช มันก็บอกว่า it's about 1200 for one way trip เชี่ยเอ๊ย 42000 บาทไทยกับการลืมแค่หนเดียวของกู แต่มันก็บอกต่อว่า This flight is already sold out you must wait until next flight it's on saturday. กูช็อคมากและรู้ว่าคงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะคุยกับมันแล้ว เลยขอบคุณมันเป็นภาษาไทยเบาๆว่า ควย...
ตอนนั้นเคว้งคว้างกลางJFK international airport เหมือนมีคนเอากล้องมาดอลลี่เป็นวงกลมรอบตัว ในใจน้ำตาไหลไปแล้วนึกถึงตอนเรียนอนุบาลแล้วร้องไห้จะกลับบ้านๆๆ อารมณ์นั้นเลย แต่ถ้าทำตรงนั้นกูได้โดนขังแน่ ในสมองเริ่มคิดอย่างเป็นเหตุผลมากขึ้น เฮ้ย ทำไงดีวะๆๆๆ จะนอนค้างที่แอร์พอร์ทอีก 2วันแล้วซื้อตั๋วใหม่ดีมั้ยวะ ชิบหายกูไม่ใช่ทอม แฮงค์ หรือจะกลับไปที่คอนโดแล้วหาตั๋วดีมั้ยวะ แต่ใครเค้าจะมารับกูตอนนี้อ่ะ เหี้ยเอ๊ย เที่ยวนิวยอร์คอีกรอบแล้วโทรบอกเอเจนซี่ที่ไทยให้มันออกตั๋วใหม่ได้มั้ยวะ แล้วกูจะได้กลับตอนไหนล่ะเนี่ย!!! สาดดดด สุดท้ายสมองคิดไม่ได้ผลแล้วเลยใช้ไส้ติ่งคิดแทน ทำไมมึงไม่ลองหาในกระเป๋าก่อนล่ะ เผื่อมึงจะฟลุ๊คหยิบติดตัวมาก็ได้ เหี้ยเอ๊ย! กระเป๋ากูแพ็กมา 5ชั่วโมง เปิดกระเด็นทั่วเจเอฟเคเลย หาใบเขื่องอันแรกไม่มี อันที่สองไม่พบ สุดท้ายลองหาในกระเป๋าเป้ควิกซิลเวอร์ใบโปรด พระเจ้าทอดกล้วย!!! มันอยู่ในซิปด้านหน้า!!! กูใส่ตั้งแต่ตอนไหนวะ ดีใจยิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่1 ติดกัน10ใบอีก (ยังไม่เคยถูก ถ้าถูกกูคาดว่าคงดีใจกว่า) คราวนี้น้ำตาไหลจริงๆกลั้นไม่อยู่ ทำให้ได้รู้ว่าน้ำตาและน้ำมูกที่เกิดจากความดีใจเนี่ย มันอร่อยกว่าปกติจริงๆ จากนั้นจึงเก็บข้าวของที่รื้อมาอีกครึ่งชั่วโมง แล้วก็เดินไปที่เคาท์เตอร์หาฝรั่งสองคนนั้นต่อ อีสองตัวนั้นก็ทำหน้าประหลาดใจ อ้าวเจอแล้วนี่ กูก็เลยแกล้งบอกไปว่าลืมในห้องน้ำ ทั้งคู่เลยสอนกูว่าจากนี้อ่ะเก็บไว้ให้ดีๆนะ อย่าเซ่อซ่าทำหล่นที่ไหนอีกล่ะ กูเลยขอบคุณเป็นภาษาไทยเบาๆอีกเช่นกันว่า อีเหี้ย... ฮือ ฮือ ฮือ ได้กลับบ้านแล้ว.... Comments (3)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://paep.spaces.live.com/blog/cns!408922F564BBFA7F!1267.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|